1. ไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้
คงยากที่จะทำนายได้ว่า อนิเมะที่สร้างไปจะได้รับความนิยมแค่ไหน บางเรื่องทำคุณภาพสูงแต่ก็เจอคู่แข่งที่คาดไม่ถึง บางเรื่องเปิดตัวแรง มีการพูดถึงกันบ่อย แต่ขายไม่ออกก็มี บางเรื่องถึงกับขาดทุนย่อยยับทั้งที่องค์ประกอบครบ ถึงบางเรื่องจะเสริมด้านโมเอะเอาใจโอตาคุ ก็ยังขายไม่ออก ดังนั้นการลองตลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ารู้ยอดขายจะประมาณได้แล้วว่าควรทำภาคต่อหรือไม่
![]() |
| True Tears เรื่องเก่าของ P.A.Works ที่ขาดทุนแบบงงๆ จนมี BD Box ตามมาในภายหลัง |
2. ยิ่งสร้างหลายตอน ยิ่งเนื้อหายืด
สิ่งที่กระตุ้นให้คนซื้อ คือ เนื้อหากระชับ ไม่ออกนอกเรื่องเกินไป การกำหนดเรื่องยาว 24 - 26 ตอนโดยเนื้อหาเข้มข้นตลอด ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สุดท้ายก็ต้องมีตอนสบายๆ เพิ่มเข้ามา ทำให้บางคนรู้สึกไม่อยากซื้อเก็บ
3. 1 ซีซั่น ขายได้ราคาสูงกว่า 2 ซีซั่น
เหตุผลหนึ่งที่คนไม่ได้ซื้อแผ่นจากญี่ปุ่นอาจไม่เข้าใจว่า จำนวนตอน 2 ซีซั่น ไม่ได้ขายเป็น 2 เท่าของ 1 ซีซั่น เพราะอนิเมะความยาว 1 ซีซั่น ส่วนใหญ่จะบรรจุได้ 1 – 2 ตอนต่อแผ่น ในขณะที่ความยาว 2 ซีซั่นบรรจุประมาณ 2 – 4 ตอนต่อแผ่น ทำให้อนิเมะ 1 ฤดูกาลส่วนใหญ่จะขายประมาณ 6 – 7 แผ่น ในขณะที่ความยาว 2 ฤดูกาล ต้องยัดให้จบภายใน 8 – 13 แผ่น ด้วยราคาที่มากกว่าอนิเมะ 1 ฤดูกาลนิดหน่อย
ถึงจะทำได้ถึง 13 แผ่น แต่การยัดแค่ 2 ตอนต่อแผ่น ไม่ค่อยมีใครเสี่ยงหรอกครับ เพราะคนซื้อก็รู้สึกว่าภาระเยอะเกินไป ทำให้ไม่อยากซื้อ เคยเกิดกรณีนี้กับเรื่องที่มั่นใจในตัวเองสูง อย่าง Umineko no Naku Koro ni และ Nichijou ทำให้ยอดขายไม่ดีอย่างที่คาด ในขณะที่บางเรื่องในช่วงเดียวกันแบบ Code Geass หรือ Macross Frontier ยังทำแค่ 8 – 9 แผ่นจบ เพื่อลดความเสี่ยงตรงนี้
ยกตัวอย่างด้านตัวเลข เช่น Attack On Titan ผลิตแค่ 9 แผ่น 25 ตอน ราคารวม 67,725 เยน เฉลี่ยราคา 2,709 เยนต่อตอน ในขณะที่ Date A Live มีทั้งหมด 6 แผ่น 12 ตอน ราคา 48,825 เยน เฉลี่ยราคา 4,068 เยนต่อตอน สังเกตว่าถ้าทำ Date A Live แยกเป็น 2 ซีซั่นในโมเดลเดียวกัน จะขายได้ถึง 97,650 เยน
ตัวอย่างข้างต้นอาจไม่ค่อยชัด เพราะ Attack On Titan น่าจะขายดีอยู่แล้ว แต่สมมุติขายได้เท่ากันจะเห็นภาพมากขึ้นว่าซีซั่นเดียวทำกำไรประมาณ 50% ของการทำรวดเดียว 2 ซีซั่น
![]() |
| Umineko no Naku koro ni สร้างถึง 13 แผ่น ทั้งที่คุณภาพก็ไม่สูงนัก เลยขายยาก |
ปัจจุบันจึงเลี่ยงการทำยาว 2 ซีซั่นโดยไม่จำเป็น แต่บางเรื่องจำเป็นต้องพยายามทำ 2 ฤดูเพื่อให้ถึงจุดสำคัญของเรื่อง ผู้ชมจะได้รู้สึกว่าเรื่องนี้คุ้มค่าที่จะซื้อ อย่าง Sword Art Online, Attack on Titan, Accel World, Magi, Jojo ส่วนบางเรื่องก็อยากให้จบลงตัว อย่าง Psycho-Pass, Sakurasou no Pat na Kanojo, Hyouka, Steins;Gate เป็นต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจอนิเมะ ตอนที่ 1 : ความซับซ้อนด้านการบริหาร
ธุรกิจอนิเมะ ตอนที่ 2 : ลดต้นทุนด้วยการฉายรอบดึก
ธุรกิจอนิเมะ ตอนที่ 3 : ช่วงเวลาฉายกับคุณภาพของงาน
ธุรกิจอนิเมะ ตอนที่ 5 : ยุคของอนิเมะเอาใจผู้ชม



No comments:
Post a Comment