ช่วงหลังเป็นการต่อสู้ระหว่างมาเรียและซึบาสะ มีการวัดค่า Phonic ซึ่งมีระดับเพียง 22% กำลังเสริมของฝั่งมาเรีย และซึบาสะเริ่มมาช่วยเหลือ และไม่ฟังคำที่ขอให้สงบศึกเพราะไม่เชื่อใจอีกฝ่าย พอสู้กันสักพัก แม่ของมาเรียให้ถอยเพราะระดับ Phonic ไม่เกิน 24% จนไม่มีความจำเป็นต้องสู้ต่อ เธอเรียก Noise ประเภท Replicator ออกมา มาเรียจึงแสดงพลังของ Black Gungnir ทำลาย จนมีแตกออกมาเป็นหลายตัว ทั้งสามจึงใช้ Swan Song บทเพลง S2CA Triburst รวมพลังไว้ที่ฮิบิกิแล้วทำลายศัตรูสำเร็จ ค่า Phonic ถึงระดับ 100 และขึ้นข้อความสมบูรณ์ ฮิบิกิมีปฏิกิริยาต่อคำที่ถูกต่อว่า ว่าเป็นคนเสแสร้งและเริ่มเผยภาพในอดีต ในมุมมืด ดร.เวอร์ ถืออุปกรณ์ควบคุม Noise กำลังยิ้ม
วิจารณ์ : บทต่อสู้ในช่วงสั้นๆ ก็ถือว่าพอใช้ได้ ยังคงเน้นขายเพลง Insert Song เหมือนภาคแรก สองตอนแรก ยังคงเน้นพูดกันไปมา, โชว์สกิลกัน (นิดนึง) และเหตุการณ์ยังวนอยู่แถวเวทีคอนเสิร์ต ยังคงไม่ค่อยมีเหตุผลของผู้บุกรุกมากนัก แต่ก็คงจะสร้างความรู้สึกให้ผู้ชมอยากติดตามต่อว่า ศัตรูกำลังเล็งอะไรอยู่ (คงไม่ใช่ครองโลกอย่างเดียว), สะสมพลังไปเพื่อสร้างปีศาจทำไม และจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต คงจะดีมากถ้าตอนหน้า ฝ่ายศัตรูไม่ลืมประโยคที่พูดไว้ต้นตอนที่สอง ว่าจะโจมตีเมืองหลวงประเทศต่างๆ
ภาคแรกแทบไม่มีการกล่าวถึงที่มาที่ไปของตัวฮิบิกิที่เป็นตัวเอกของเรื่องมากนัก ทราบแค่ว่าเป็นเด็กค่อนข้างหัวทึบ, สปิริตสูงและได้ชิ้นส่วนของ Gungnir ฝังในร่างกายเท่านั้น เพิ่มภูมิหลังเข้าไปหน่อยคงดูมีมิติมากขึ้นอีกนิด ซึ่งซีซั่นแรกบทดราม่าไม่ค่อยทำให้ผู้ชมอินมากนัก ตัวประกอบฉากตายเป็นว่าเล่นแบบดูไม่มีคุณค่านัก (บทของคริส ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่มาก) ภาคนี้น่าจะทำได้ดีขึ้น
ความน่าติดตาม : 3 / 5
สรุป : เปิดตัวพอใช้ได้ ฟังเพลงไป ดูฉากต่อสู้ไป ส่วนบทตัวละครน่าจะมาในตอนที่ 3 ขึ้นไป
ส่วนข้อมูลตัวละครดูได้จากบทความเก่า Symphogear และข้อมูลตัวละครใหม่ (Update ข้อมูลแล้ว)


No comments:
Post a Comment