ตอนที่ 1 : She's a Skeleton Now กล่าวถึงสต๊าซแวมไพร์โอตาคุ ฟุยุมิหลงมาในโลกปีศาจ สต๊าซสนใจเธอมากเพราะสายเลือดแวมไพร์ของเขา ถูกมอนสเตอร์จับกิน แต่ยังเหลือวิญญาณของเธอ ผลจากการตายในโลกปีศาจทำให้เธอกลายเป็นปีศาจ เขาก็หมดความสนใจต่อตัวฟุยุมิเช่นกัน แต่ก็สนใจที่จะคืนร่างให้เธอ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการดื่มเลือดเธอในร่างมนุษย์ และเขาต้องการไปเที่ยวโลกมนุษย์อยู่แล้ว ท้ายตอนได้พบกับม่านดำที่เป็นทางเข้ามาสู่โลกปีศาจ ทำให้เตรียมการที่จะกลับสู่โลกมนุษย์
ตอนที่ 2 : Back Home, But Not Really ทั้งสองผ่านม่านดำมา สต๊าซใช้สเปรย์จากน้ำลายของเขาที่เป็นแวมไพร์เพื่อลบและเปลี่ยนความทรงจำคนต่างๆ แล้วไปที่โรงเรียนของฟุยุมิ ร่างของเธอเริ่มเลือนหายไปเพราะเป็นปีศาจชั้นต่ำ เขาจึงใช้เลือดเพื่อคืนสภาพเธอ น่าแปลกที่เขาอยู่ท่ามกลางนักเรียนหญิงแต่กลับไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือนตอนพบฟุยุมิในร่างมนุษย์ จึงมั่นใจว่าฟุยุมิมีบางอย่างพิเศษสำหรับเขา เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง
Hydra-Bell ปรากฏตัว แนะนำตัวเองและเรียกร้องค่าใช้ประตูมิติต่อเขา 60 ล้านเยน เมื่อไม่จ่ายจึงส่งเขาไปที่อื่น และใช้ฟุยุมิเป็นตัวประกัน ใช้งานเขาให้ทำงานให้โดยไปรับของจากร้านปีศาจในโลกมนุษย์ ด้านไฮดราเบลถูกขโมยพลังเวทมนตร์ของม่านดำ หลังปราบเจ้าของร้านได้ เบลสนิทกับฟุยุมิมากขึ้น เบลยังเคยมีตำราที่บอกวิธีคืนชีพมนุษย์ แต่ขายให้กับร้านทางเขตตะวันตกของแดนปีศาจ ที่นั่นเป็นสถานที่ซึ่ง Wolf สหายของสต๊าซปกครองอยู่
วิจารณ์ : ตอนแรกเปิดตัวได้ดี ทั้งลำดับเรื่องและภาพ ตอนสองก็มีการเพิ่มฉากล้อเลียนดีในระดับหนึ่ง แต่เริ่มเห็นจุดให้ขัดใจกว่าตอนแรกมากขึ้น ลองพลิกฉบับหนังสือการ์ตูนตอนที่ 3 – 4 (ใช้ในอนิเมะตอนที่ 2) มังงะจะดูเดินเรื่องได้กระชับกว่า แต่ภาคอนิเมะใส่ Effect มากไป เพิ่มฉากและข้ามฉากเกินจำเป็นมากไป ฉากแสดงความรู้สึกสื่อออกมาไม่ค่อยดี มุกที่น่าจะฮาก็พูดกันเงียบๆ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเสียงนางเอกฟุยุมิ ที่ใช้โทนเสียงแบบ โยชิโนะ ใน Date A Live (เคยภาค นิมฟ์ ใน Sora no Otoshimono) ตรงนั้นไม่ค่อยมีปัญหา แต่ตอนมีมุก, มุกล้อเลียนเรื่องต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามา หรือตกใจก็ดูจะเรียบเกินไปหน่อย
ถ้าคิดคะแนนตอนแรก คงได้สัก 85% ตอนสองคงได้สัก 40% ทั้งนี้ก็คงเพราะทีมงานที่ดูแล Content ตอนที่ 2 ด้วย ส่วนตอนแรกผู้กำกับดูแลด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ค่อยอยากวัดว่าเรื่องไหนสนุกหรือไม่สนุกตอนแรก
ตอนที่ 3 จะเริ่มมีฉากแอ็คชั่นมากขึ้น ถ้ากลับมาคงคุณภาพของตอนแรกไ้ว้ได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าติดตามเรื่องหนึ่งในซีซันนี้ ยิ่งตัวละครปรากฏตัวมากขึ้นก็ยิ่งสนุก
ความน่าติดตาม : 3.5 / 5
สรุป : แอ็คชั่นปนบทตลกเรื่องหนึ่งที่น่าติดตาม เพียงแต่อาจต้องรอตัวละครใหม่สักนิด
ข้อมูลเรื่องและตัวละครดูแล Blood Lad



No comments:
Post a Comment